<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-12562796</id><updated>2011-10-08T05:47:30.749-07:00</updated><title type='text'>Qi of Life</title><subtitle type='html'>"ชี่:ปราณ:พลังชีวิต" เขียนและเรียบเรียงโดย ครูส้ม(สมพร แซ่อึ๊ง)</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://kroosom-qi.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12562796/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kroosom-qi.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>สมพร ครูกส์ (ครูส้ม-แม่ส้ม)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10332778526645659519</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='23' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_vv4TMreBwsI/SvGnQ3NZ53I/AAAAAAAAAE8/l1h1vDyRz0w/S220/n1396561007_30108767_9154.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>2</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12562796.post-3219682398682450369</id><published>2011-04-14T11:14:00.000-07:00</published><updated>2011-04-14T11:25:58.854-07:00</updated><title type='text'>ชี่กับชีวิต ตอนที่ 2</title><content type='html'>&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;ชี่กับชีวิต ตอนที่ 2&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;สมพร ครูกส์ (ครูส้ม)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;เรียบเรียง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;...........................................&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 51, 0);"&gt;ลมเลือด : เลือดลม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;    &lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;br /&gt;ตำราการแพทย์จีนแผนโบราณระบุว่า“ชี่”กับ“เลือด”มีความสัมพันธ์กัน  บริเวณไหนที่ชี่ไหลไปถึง  เลือดก็จะไหลไปถึงด้วยเสมอ  บริเวณไหนที่ชี่ไหลเวียนสะดวก  เลือดก็จะไหลเวียนสะดวกด้วยเช่นกัน   จึงมีคำเรียกกันติดปากในภาษาจีนว่า“ลมเลือด” หรือ  气血 (ชี่เซ่ว)   ซึ่งคนไทยคุ้นที่จะเรียกว่า“เลือดลม”มากกว่า  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;“ลม”ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่อากาศหรือก๊าซที่เป็นส่วนหนึ่งของเม็ดเลือดเท่านั้น  แต่หมายถึงลมในฐานะที่เป็น“ชี่”หรือ“พลังชีวิต”ด้วย  ดังที่เราจะได้ยินเวลาผู้ใหญ่(รุ่นเก่า)มีอาการไม่สบายเนื้อสบายตัวขึ้นมา  มักจะเปรยว่า “หมู่นี้เลือดลมไม่ค่อยดีเลย”  ซึ่งหมายความว่าการไหลเวียนของชี่และระบบไหลเวียนโลหิตภายในร่างกายชักจะติดขัดแล้ว    เป็นผลให้อวัยวะภายใน เช่น ไต ตับ หัวใจ ม้าม ปอด กระเพาะ ลำไส้ และระบบการทำงานส่วนอื่นของร่างกาย   เช่น ระบบการหายใจ  ระบบย่อยและดูดซึมอาหาร  ระบบไหลเวียนโลหิต  ระบบขับถ่าย  ไปถึงระบบต่อมไร้ท่อต่าง ๆ ก็พลอยบกพร่องไปด้วย  ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ  เจ็บป่วย และติดเชื้อโรคได้ง่าย   เมื่อร่างกายอ่อนแอ  จิตใจก็จะอ่อนแอตาม  ความคิดก็ติดขัดไปด้วยเช่นกัน  พูดรวม ๆ ก็คือ พลังชีวิตในช่วงนั้นอ่อนนั่นเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 51, 0);"&gt;คุณภาพของพลังชีวิตได้มาจากไหน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;“คุณภาพของพลังชีวิต” หรืออีกนัยหนึ่งคือ “คุณภาพของชี่” ได้มาจากคุณภาพของอากาศและนิสัย(วิธี)การหายใจของเรา    คุณภาพของอาหารที่เรากินเข้าไป   ท่าทางหรือวิธีเคลื่อนไหวร่างกายของเรา   อุปนิสัยใจคอหรืออารมณ์ที่เราแสดงออก   ตลอดจนวิถีการดำเนินชีวิตทั้งหมด   ล้วนเกี่ยวข้องกับคุณภาพของชี่ทั้งสิ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;   &lt;br /&gt;ถ้าจะเปรียบอย่างหยาบ ๆ  ว่าร่างกายเป็นเครื่องจักรเครื่องหนึ่ง   อาหารและอากาศ  ก็เปรียบได้กับน้ำมันหรือเชื้อเพลิง   วิถีการดำเนินชีวิต  เปรียบได้กับกระบวนการเดินเครื่องจักร    ส่วนบุคลิกนิสัย   ก็เปรียบเหมือนวิธีบริหารจัดการเครื่องจักรให้ทำงาน   หากบริหารดีเครื่องจักรก็ทำงานดี   หากระบบบริหารจัดการไม่ดี  ผลผลิตก็คงจะดีได้ยาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;br /&gt;แต่ในระดับละเอียด  ร่างกายเป็นมากกว่าเครื่องจักรเครื่องยนต์   มนุษย์มีอารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อน  ซึ่งมีอิทธิพลต่อระบบชี่อย่างมาก   ตัวอย่างเช่น  เมื่อเราถูกหยิก   ชี่ในบริเวณผิวที่ถูกหยิกจะถูกรบกวน    ชี่ที่ถูกรบกวนจะส่งข้อมูลไปกับระบบประสาท  ทำให้เกิดการรับรู้ความเจ็บ   เมื่อรู้สึกเจ็บเราก็จะมีปฏิกริยาโต้ตอบทันที   เช่นสะบัดมือหนี   ร้องโอ๊ย   เกิดความรู้สึกกลัว หรือความรู้สึกโกรธ    &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;br /&gt;อวัยวะภายในร่างกายของเราก็ทำงานภายใต้การตอบสนองอารมณ์ด้วย  เช่น เมื่อรู้สึกโกรธ   หัวใจจะเต้นเร็วขึ้น  ระบบหายใจจะถี่ขึ้นและสั้นลง   ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายจะเกร็งตัว    ซึ่งการตอบสนองแบบนี้เครื่องจักรทำไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;br /&gt;ทั้งผู้ฝึกชี่กง มวยจีน  และการแพทย์จีนแผนโบราณเชื่อว่า  อารมณ์ความรู้สึกของคนเรามีอิทธิพลต่อระบบชี่ในร่างกายอย่างมาก   ดังนั้นการจะเรียนรู้เพื่อให้สามารถเข้าใจและรับรู้ถึงชี่ได้  เราต้องใช้“ความรู้สึก”แทนที่จะใช้“ความคิด”   &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 51, 0);"&gt;2 ชี่หลักของชีวิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;การแพทย์จีนแผนโบราณและตำราทางชี่กง  ถือว่าคนเรามีชี่หลักอยู่ 2 ประเภท คือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;1. “ชี่ดั้งเดิม” ภาษาจีนเรียกว่า 元气 (หยวนชี่)   ในบางตำราก็เรียกว่า  先天气 (เซียนเทียนชี่ ) แปลว่าชี่ก่อนฟ้าหรือชี่ก่อนกำเนิด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;“ชี่ดั้งเดิม”คือพลังชีวิตที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด  คุณภาพของชี่ดั้งเดิมนี้ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม  และชี่บรรพบุรุษของทั้งฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่   ในชี่กงสายศาสนายังเชื่อว่าชี่ดั้งเดิมนี้ขึ้นอยู่กับบารมีทางจิตวิญญาณอีกด้วย   &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;ชี่ดั้งเดิมนี้จะเป็นฐานบ่งชี้คุณภาพชีวิตและสุขภาพของเราไปตลอดชีวิต  ศูนย์พลังของชี่ดั้งเดิมอยู่ที่บริเวณท้องน้อยที่เรียกว่า  “ตันเถียนล่าง”  : 下丹田 (เซี่ยตันเถียน)   เกี่ยวข้องโดยตรงกับพลังจิง : 精 ซึ่งเป็นสารจำเป็นของชีวิต (เปรียบเทียบคร่าว ๆ ได้กับฮอร์โมน) ที่เก็บอยู่ในไตทั้ง 2 ข้าง  ชี่ดั้งเดิมนี้เป็นชี่ฝ่ายเย็นหรือหยิน  ถือว่าเป็น “ชี่น้ำ” : 水气 (สุ่ยชี่) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;ชี่หรือพลังชีวิตดั้งเดิมนี้   ไม่สามารถพัฒนาหรือสร้างเพิ่มเติมขึ้นได้  มีแต่จะถูกใช้หมดไปเรื่อย ๆ  ตามอายุ     คนที่ใช้พลังชีวิตดั้งเดิมนี้อย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง   ก็เท่ากับผลาญชี่ดั้งเดิมที่มีอยู่จำกัดให้หมดเร็วยิ่งขึ้น   คนเราจะแก่และอ่อนแอลงไปตามการลดน้อยลงของชี่ดั้งเดิม    วันใดที่ชี่ดั้งเดิมหมด   ก็หมายความว่าพลังชีวิตเราหมดด้วย  ซึ่งหมายถึงการสิ้นอายุขัยนั่นเอง    ดังนั้นเป้าหมายของสุขภาพตามหลักการแพทย์จีนแผนโบราณก็คือ การออมและถนอมชี่ดั้งเดิมนี้ให้คงอยู่เท่าที่จะทำได้  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;2 “ชี่หลังกำเนิด”  ภาษาจีนเรียกว่า  後天气 (โฮ่วเทียนชี่)   ชี่ประเภทนี้เป็นชี่ที่เรารับเข้ามาจากภายนอก   โดยได้รับจากอาหารและอากาศ   ศูนย์พลังอยู่บริเวณหน้าอกที่เรียกว่า “ตันเถียนกลาง” : 中丹田 (จงตันเถียน)  ชี่หลังกำเนิดนี้เป็นชี่ฝ่ายร้อนหรือหยาง  ถือเป็นชี่ไฟ : 火气 (ฮั่วชี่) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;คุณภาพของชี่หลังกำเนิดนี้  สามารถสร้างเสริมและชดเชยได้  ทั้งนี้ขึ้นกับการตระหนักของคนแต่ละคนในการเลือกวิถีดำเนินชีวิต    คำว่าวิถีดำเนินชีวิตในที่นี้   ตามหลักสุขภาพของการแพทย์จีนแผนโบราณ  หมายถึงความเป็นองค์รวมทั้งหมด   &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;อาหารจานหนึ่งเมื่อกินเข้าไป  ไม่ได้ทำให้เพียงแค่อิ่มท้อง  อร่อยปาก หรือทำให้ร่างกายมีกำลังเท่านั้น  แต่ยังมีผลต่อความเป็นหยินและหยางของอวัยวะภายในด้วย   การหายใจก็เช่นกัน   วิธีการหายใจแต่ละแบบ เช่น หายใจสั้น หายใจถี่  หายใจลึก หายใจยาว  ก็ส่งผลต่อความเป็นหยินเป็นหยางในร่างกายด้วยเช่นกัน   และความเป็นหยินเป็นหยางนี้เองที่มีอิทธิพลอย่างมากต่ออารมณ์และความคิด     &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;อุปนิสัย  วิธีแสดงออกทางอารมณ์  ทัศนคติ   และวิธีที่คนแต่ละคนมองโลกและตัดสินโลกนั้น  ไม่ได้เป็นสิ่งที่คน ๆ นั้นเป็นด้วยตัวเขาเอง  หรือถูกบ่มให้เป็นจากการเลี้ยงดูเสียทั้งหมด   แต่มันเป็นไปตามคุณภาพของ”ชี่”ที่คน ๆ นั้นได้รับจากวิถีการใช้ชีวิตที่เขาเลือก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;“ชี่หลังกำเนิด”นี้จึงเป็นเหมือนหางเสือที่เราสามารถเลือกกำหนดทิศทางเองได้  เราอยากไปทางไหน  เราก็เลือกวิถีนั้น   ถ้าเราเลือกได้อย่างเหมาะสมและสมดุล    อุปมาได้ว่าเราบริหารรายรับและรายจ่ายได้อย่างสมดุล   ก็ไม่ต้องไปดึงเอาเงินที่เก็บออมไว้(ชี่ดั้งเดิม)ออกมาใช้   เงินออมก็ไม่ร่อยหลอ   ชีวิตก็ไม่เดือดร้อน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;ในทางตรงข้าม   คนที่ใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย  ทำงานหนัก  เที่ยวหนัก  พักผ่อนน้อย  ไม่ออกกำลังกาย   ไม่คำนึงถึงคุณภาพชี่จากอาหาร  ไม่สนใจคุณภาพชี่จากอากาศ   ก็เปรียบได้ว่าเขากำลังใช้ชี่อย่างล้างผลาญ   รายรับมีน้อยกว่ารายจ่าย   การรับและการบ่มเพาะชี่มีน้อยกว่าการผลาญชี่   ชีวิตเช่นนี้มีแต่ขาดทุนและติดลบลงทุกวัน ๆ   เขาจะดึงเอาเงินออมหรือชี่ดั้งเดิมออกมาใช้ตลอดเวลา   ในที่สุดวันหนึ่งทั้งชี่ดั้งเดิมที่เก็บออมไว้ก็หมด   ชี่ใหม่ก็ไม่มีคุณภาพ   ความแก่ชราก็จะมาเยือนเร็วกว่าคนทั่วไป   ความเจ็บป่วยทั้งทางกาย ทางอารมณ์ และทางความคิดก็จะมีมากกว่าคนปกติ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 51, 0);"&gt;เมื่อชี่อ่อนและขาดแคลน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;หาก”ชี่ดั้งเดิม”อ่อนและขาดแคลน (เนื่องจากเกิดมาร่างกายไม่สมบูรณ์ หรือเนื่องจากใช้พลังชีวิตเปลืองโดยไม่ดูแลถนอมชี่) จะทำให้การรับชี่จากภายนอก(ชี่หลังกำเนิด)ขาดประสิทธิภาพ   ทำให้ร่างกายอ่อนแรง  ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี   ระบบหายใจติดขัด  ระบบย่อยและดูดซึมอาหารและระบบขับถ่ายผิดปกติ   ธาตุทั้ง 5 ในร่างกายไม่สมดุล   พลังจิงอ่อนแอ (ฮอร์โมนไม่สมดุล)  ส่งผลให้อารมณ์และความคิดไม่สมดุลตามไปด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;หากชี่ “หลังกำเนิด” อ่อนและขาดแคลน (เนื่องจากไม่ใส่ใจกับโภชนาการ  การหายใจ  อากาศและสภาพแวดล้อม ละเลยการออกกำลังกาย)  ร่างกายจะไปดึงเอา“ชี่ดั้งเดิม”มาใช้  ทำให้ร่างกายทรุดโทรมเร็ว  แก่เร็ว  เจ็บป่วยได้ง่าย   และอายุสั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;การแพทย์จีนแผนโบราณมีพื้นฐานมาจากปรัชญาเต๋าและคัมภีร์อี้จิง ซึ่งเชื่อว่าสรรพสิ่งล้วนสัมพันธ์เกี่ยวข้องโยงใยถึงกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ  การจะมีสุขภาพที่ดี  ต้องทำทั้ง 2 ทาง คือ&lt;br /&gt;1. ถนอมชี่ดั้งเดิมไว้  และ &lt;br /&gt;2. สร้างเสริมชี่หลังกำเนิดให้แข็งแรงและเพียงพออยู่เสมอ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;อย่างไรก็ตาม  ทั้งชี่ดั้งเดิมและชี่หลังกำเนิด  ไม่ได้ต่างฝ่ายต่างอยู่อย่างแยกขาดจากกัน   ชี่ทั้ง2 จะไหลเวียนมาประสานรวมกันเป็นชี่ที่มีประสิทธิภาพเรียกว่า “ชี่แท้” : 真气  (เจินชี่) และเก็บสะสมอยู่ในเส้นชี่พิเศษที่ชื่อว่า ตูม่าย  : 督脈  แล้วจึงค่อย ๆ แจกจ่ายไปตามส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกาย  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;    &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;………………………………..&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;     &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12562796-3219682398682450369?l=kroosom-qi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12562796/posts/default/3219682398682450369'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12562796/posts/default/3219682398682450369'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kroosom-qi.blogspot.com/2011/04/2.html' title='ชี่กับชีวิต ตอนที่ 2'/><author><name>สมพร ครูกส์ (ครูส้ม-แม่ส้ม)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10332778526645659519</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='23' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_vv4TMreBwsI/SvGnQ3NZ53I/AAAAAAAAAE8/l1h1vDyRz0w/S220/n1396561007_30108767_9154.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12562796.post-115284227237860891</id><published>2006-07-13T18:44:00.000-07:00</published><updated>2010-06-25T22:05:33.895-07:00</updated><title type='text'>ชี่กับชีวิต ตอนที่ ๑</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://photos-g.ak.facebook.com/photos-ak-sf2p/v141/210/60/560734102/n560734102_235238_603.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0pt 10px 10px 0pt; float: left; cursor: pointer; width: 400px;" src="http://photos-g.ak.facebook.com/photos-ak-sf2p/v141/210/60/560734102/n560734102_235238_603.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 102, 51);font-size:180%;"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชี่คืออะไร&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);font-family:courier new;"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;คนจีนเรียกพลังชีวิตว่า “ชี่”(&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;氣 : 气&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;)&lt;br /&gt;จีนแต้จิ๋วออกเสียงว่า “ขี่”&lt;br /&gt;ภาษาสันสกฤตใช้คำว่า “ปราณ” (prana)&lt;br /&gt;ส่วนคนญี่ปุ่นเรียกพลังชีวิตว่า “ กิ” (ki)&lt;br /&gt;และในภาษากรีกเรียกว่า “ นูมา” (pneuma)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำว่า&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 102, 51);"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt; “ พลังชีวิต”&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt; นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ชีวิตของมนุษย์เรา หรือชีวิตของสัตว์ของพืชเท่านั้น แต่คำว่า “ชีวิต” ในนัยยะนี้ มองสรรพสิ่งในจักรวาลว่ามีชีวิตและมีชี่ของตัวเอง จักรวาลก็มีชีวิตของจักรวาล มีชี่ของจักรวาล ดวงดาวแต่ละดวงก็มีชีวิตและมีชี่ของตัวเอง มนุษย์ทุกคน สัตว์ทุกตัว ต้นไม้ทุกต้น ก้อนหิน แม่น้ำ ก้อนเมฆ แม้กระทั่งวัตถุสิ่งของ ทุกสิ่งทุกอย่างมีชีวิตและมีชี่ไหลเวียนอยู่ในตัวเองทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชี่เป็นพลังงานที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ชี่ของสิ่งหนึ่งจะแลกเปลี่ยนถ่ายโอนสลับที่กับชี่ของอีกสิ่งหนึ่งเสมอ ด้วยตรรกะนี้เองที่คัมภีร์อี้จิง กล่าวว่า สรรพสิ่งในจักรวาลนี้ ไม่มีอะไรหยุดนิ่ง ไม่มีอะไรไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรไม่เชื่อมโยงกัน และไม่มีอะไรไม่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนส่วนมากบอกว่าชี่เป็น “ลม” ดังที่เราคุ้นกับคำว่า “ลมปราณ” นี่ก็ถูกในระดับหนึ่ง เพราะลมเป็นคุณสมบัติหนึ่งของชี่ แต่นอกจากลมหรืออากาศแล้ว ชี่ยังมีคุณสมบัติเป็นคลื่น เป็นพลังงานที่มองไม่เห็นอีกหลายรูป โยคะศาสตร์ของอินเดียและชี่กงของจีน เชื่อเหมือนกันว่าพลังทางร่างกาย พลังจิต และพลังความคิด ล้วนก่อเกิดจากพลังชี่หรือพลังปราณทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นหากต้องการให้ร่างกายแข็งแรง ก็ต้องทำชี่ให้แข็งแรง หากต้องการให้จิตใจเข้มแข็ง ก็ต้องปรับชี่ให้มีกำลัง และหากต้องการให้เกิดปัญญาทางความคิดก็ต้องบ่มเพาะให้ชี่ไปบำรุงสมองได้เต็มที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากพลังทางกายภาพ พลังจิต และพลังความคิด จิตวิญญาณก็เป็นพลังชี่อีกรูปหนึ่งด้วย สิ่งมีชีวิตเมื่อตายลง ชี่ส่วนหนึ่งจะอ่อนแรงและแปรรูปไป แต่ชี่ไม่ได้สลายหรือสูญไปเหมือนกับร่างกายที่เน่าสลายหายไป ชี่ของชีวิตที่ตายลง จะเลื่อนไหลไปปะปนกับกระแสชี่อื่น ๆ อย่างต่อเนื่องไปไม่สิ้นสุด จึงสามารถกล่าวได้ว่า วิญญาณคือรูปหนึ่งของชี่ และกระแสกรรมก็เป็นรูปหนึ่งของกระแสชี่เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 102, 51);font-size:180%;"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;พลังชี่ทั้ง ๓&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt; (&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;三才&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในคัมภีร์อี้จิงเก่าแก่ของจีน กล่าวว่าคนเราสัมพันธ์กับชี่ ๓ ประเภท หรือ พลังทั้ง ๓ คือ&lt;br /&gt;พลังชี่ของ &lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 102, 51);"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;ฟ้า &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;หรือ &lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 102, 51);"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;สวรรค์ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;พลังชี่ของ &lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 102, 51);"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;ดิน &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;หรือ &lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 102, 51);"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;ของโลก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;และพลังชี่ของ &lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 102, 51);"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;มนุษย์ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 102, 51);"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;๑. พลังชี่ของฟ้าหรือชี่สวรรค์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt; (天气)คือพลังธรรมชาติที่อยู่บนท้องฟ้าและในจักรวาล เช่น พลังจากดวงอาทิตย์ แรงดึงดูดจากดวงจันทร์และดวงดาว พลังงานที่เกิดจากลม พายุ สายฝน ก้อนเมฆ และอากาศทั้งหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 102, 51);"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;๒. พลังชี่ของดินหรือชี่ของโลก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt; (地气)คือ พลังธรรมชาติที่อยู่บนโลก ทั้งบนดินและใต้ดิน ก้อนหิน ดินทราย สายน้ำ แร่ธาตุ ต้นไม้ และสัตว์ต่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 102, 51);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;๓. พลังชี่ของมนุษย์ &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;(人气)คือพลังชีวิตของคนเรา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;แม้ว่าจะมีการแบ่งประเภทของชี่ออกเป็นพลัง ๓ ประเภท แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ชี่ของฟ้าจะแยกขาดจากชี่ของดิน หรือชี่ของมนุษย์จะไม่เกี่ยวข้องกับชี่ฟ้าและชี่ดิน ชี่ทั้ง ๓ มีความสัมพันธ์และทำปฏิกริยาต่อกันอย่างแยกกันไม่ขาด ชี่ของสิ่งหนึ่งสมดุล ชี่ของสิ่งอื่นก็ดีไปด้วย ชี่ของสิ่งหนึ่งไม่สมดุล ผลกระทบก็จะเกิดต่อชี่ของสิ่งอื่นด้วยเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อภาพรวมทั้งหมดปรากฏออกมาว่า ไม่มีชีวิตใดในจักรวาลนี้สามารถแยกขาดเป็นปัจเจกอย่างสมบูรณ์ โดยไม่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับชีวิตอื่นเลย และไม่มีชี่ของสิ่งใดไม่เคลื่อนไหวแลกเปลี่ยนกับชี่ของสิ่งอื่น ดังนั้นความสงบสุขและความมีสุขภาพดีของทุกชีวิตในจักรวาล จึงขึ้นอยู่กับความสมดุล ความผสมผสานกลมกลืน และการแลกเปลี่ยนกันอย่างพอดิบพอดี ระหว่างชี่ของตัวเองกับชี่ของสิ่งแวดล้อม เรียกว่า ชี่ภายใน(內气)&lt;span style="color: rgb(102, 102, 102);"&gt;&lt;/span&gt;กับ ชี่ภายนอก(外气)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชี่ทุกชนิดพยายามรักษาและปรับสมดุลในตัวเองตามธรรมชาติ เช่น เมื่อใดที่ชี่สวรรค์เสียสมดุล ธรรมชาติจะปรับดุลด้วยปรากฏการณ์ต่าง ๆ เช่น เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง อากาศและฤดูกาลแปรปรวน เมื่อใดที่ชี่ของดินหรือชี่โลกเสียสมดุล โลกก็จะปรับดุลด้วยการขยับตัว เกิดแผ่นดินไหว น้ำท่วม ดินถล่ม ชี่ของคนสัตว์ต้นไม้ก็เช่นกัน เมื่อใดเสียสมดุล ธรรมชาติก็ปรับด้วยการทำให้อ่อนแอเจ็บป่วยและตายไป เพื่อเปิดโอกาสให้ชีวิตอื่นได้ดำรงอยู่ หรือเพื่อให้ชี่ที่เสียสมดุลนั้น หมุนเวียนกลับมาเกิดเป็นวัฏจักรชีวิตใหม่ที่สมดุลขึ้นอีกรอบหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตมนุษย์เราเป็นส่วนหนึ่งในปรากฏการณ์ปรับสมดุลของธรรมชาติ เมื่อใดที่ชี่ของฟ้าป่วย เราก็ป่วย เมื่อใดที่ชี่ของดินป่วย เราก็ป่วย และเมื่อใดที่ชี่ของสิ่งมีชีวิตอื่นป่วย เราก็ป่วยด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจากจักรวาลและโลกเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทำให้กระแสชี่ของทุกสิ่งทุกอย่างยักย้ายถ่ายเท จากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งตลอดเวลาด้วยเหมือนกัน ชี่ของสิ่งหนึ่งจะถูกดึงและถูกดูดจากชี่ของอีกสิ่งหนึ่งเสมอ ตรงไหนหลวมหรือพร่อง ชี่อื่นก็จะไหลเข้ามาแทนที่ ตรงไหนแน่นหรือล้น ชี่ก็จะกระจายออกไปแทรกรวมกับชี่อื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลักการนี้สามารถยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น เมื่อไรที่ชี่ฝ่ายแข็งแรงภายในร่างกายของเราพร่องลง ก็จะถูกชี่เชื้อโรคแทรกเข้ามาแทนที่ เมื่อไรที่ชี่ในจิตใจเราอ่อนแอ ก็จะถูกชี่อารมณ์ของคนอื่นแทรกแซงได้ง่าย เมื่อไรที่ชี่ในสมองของเราพร่อง ปัญญาความคิดใหม่ ๆ ก็จะไม่เกิด ในคัมภีร์เต๋าโบราณของจีนระบุว่า หากชี่กายอ่อนแอ ชี่ของจิต (อารมณ์) ก็จะอ่อนแอด้วย เมื่อชี่จิตอ่อนแอ ก็ไม่สามารถส่งชี่ไปบำรุงปัญญา เมื่อชี่ปัญญาไม่มีเรี่ยวแรง จิตวิญญาณหรือเสิน ก็ไม่สามารถปฏิสนธิ เมื่อเป็นเช่นนี้ ดวงวิญญาณของคนนั้น ก็จะไม่ได้รับการขัดเกลาและพัฒนาให้สูงขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 102, 51);font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;ฟังชี่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตำราชี่กงโบราณของจีนบอกว่า เราสามารถประเมินสุขภาพของตัวเองได้ด้วยการฝึก &lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 102, 51);"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;“ฟังชี่”&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt; การฟังชี่ในที่นี้ ไม่ใช่การฟังให้ได้ยินเสียง แต่เป็นการฟังผ่านการรับรู้ข้างใน หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นการสังเกตตรวจสอบตัวเองอย่างละเอียดทั้งภายนอก(คือร่างกายและสิ่งแวดล้อม)และภายใน(คืออารมณ์และความคิด)นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอย่างการฟังชี่ เช่น นั่งนาน ๆ ขาเกิดชาหรือเมื่อยขึ้นมา อาการชาและปวดเมื่อยเป็นเพราะชี่ในร่างกายไม่หมุนเวียน ชี่จึงส่งสัญญาณมาบอกเราว่าถึงเวลาต้องลุกออกไปเดินยืดเส้นยืดสายให้ชี่ไหลเวียนเสียบ้างแล้ว&lt;br /&gt;เมื่อเราอยู่ในห้องปรับอากาศนาน ๆ ถ้ารู้สึกอึดอัดหายใจไม่สะดวก หรือรู้สึกว่าผิวหนัง ลำคอ หรือโพรงจมูกชักจะแห้ง แสดงว่าชี่ได้ส่งสัญญาณมาบอกเราว่า ขณะนี้ชี่ในห้องนี้ชักจะไม่ดีแล้ว ควรเดินออกไปนอกห้อง หาที่โล่ง ๆ ที่มีลมพัดผ่าน และมีต้นไม้ใบหญ้า เพื่อเราจะได้ปรับชี่ของตัวเราเข้ากับชี่ของฟ้าและดินเสียหน่อยค่อยกลับเข้ามาทำงานต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงไหนที่เราหมกมุ่นอยู่กับตัวเองมากเกินไปจนจิตใจห่อเหี่ยว เบื่อหน่าย เซ็ง หดหู่ซึมเศร้า อาการเหล่านี้เป็นเสียงของชี่ที่สื่อสารกับเราว่า ชี่ภายในของเรากำลังบกพร่อง อาจจะมีชี่บางอย่างมากไปหรือน้อยไปในตัวเรา เช่น ชี่หยินอาจมากไป ชี่หยางอาจน้อยไป ถึงเวลาที่เราควรออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนชี่กับชีวิตอื่น ๆ บ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยทั่วไปหากจิตใจไม่นิ่งพอ เราจะแปลสัญญาณของชี่ไม่ออก เรียกว่าไม่ได้ยินเสียงชี่ และเมื่อไม่ได้ยิน เราก็จะถูกชี่ฝ่ายลบหรือชี่ก่อโรครุกรานและล่อลวง ที่ว่าล่อลวงก็เช่น เมื่อเรายิ่งอ่อนแอ เราก็จะยิ่งขี้เกียจออกกำลัง เมื่อเรายิ่งอ้วน เราก็ยิ่งหิวบ่อย เมื่อเรายิ่งหงุดหงิด เราก็ยิ่งมองหาเหยื่อให้ระบายโทสะ ยิ่งเราซึมเศร้า เราก็จะยิ่งเก็บตัวไม่อยากเจอหน้าใคร อาการที่หนักขึ้น ๆ ที่แท้ก็คือเสียงตระโกนของชี่ที่เราไม่ได้ยินนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 102, 51);font-size:180%;"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;ชี่กับชีวิตสมัยใหม่&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิถีชีวิตสมัยใหม่ ทำให้ผู้คนลืมความเชื่อมโยงระหว่างชี่ของตัวเองกับชี่ของจักรวาล (ชี่สวรรค์) และชี่ของโลก (ชี่ดิน) และลืมฟังชี่ หากลืมนาน ๆ เข้า ชี่ภายในของเราก็จะสึกหรอเสียสมดุล อาการป่วยกาย ป่วยใจ ป่วยปัญญา ก็จะปรากฏขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การดำรงความสมดุลที่ง่ายที่สุดสำหรับชีวิตสมัยใหม่ คือการจัดสรรเวลาให้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนกับชี่ฟ้า ชี่ดิน และชี่ของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อย่างพอเหมาะพอดี รู้ได้อย่างไรว่าพอดี พอดีคือไม่ต้องพยายามมากจนเสียการเสียงาน ไม่ต้องพยายามมากจนกลายเป็นสร้างแบบแผนที่แข็งเกร็งให้ชีวิต ไม่พยายามมากไปจนเห็นคนอื่นด้อย และไม่ต้องพยายามมากไปจนเสียเงินเสียทอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดง่าย ๆ ว่าในชีวิตประจำวัน แม้จะต้องทำงานประจำที่วุ่นวาย ในสถานที่ที่ไม่เป็นธรรมชาติ แต่เราก็สามารถรักษาชี่ให้สมดุลได้ ด้วยการหมั่นฝึกสังเกตตัวเอง ฝีกฟังชี่ตัวเอง อย่าปล่อยให้การงานหรือกิจกรรมสังคมรัดตัวเสียจนละเลยตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระลึกไว้เสมอว่าชี่หรือพลังชีวิตนั้น มีอยู่รอบ ๆ ตัวไม่ว่าจะอยู่ในเมืองใหญ่หรือชนบท ถ้าอาศัยอยู่ในอาคารใหญ่ ก็หมั่นเดินออกมาหายใจในที่โล่ง ๆ บ้างแทนที่จะเข้าออกห้องแอร์ตลอดวัน หาเวลาไปเดินเล่นดูพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำแทนการไปช้อปปิ้งบ้าง ไปออกกำลังกายในสวนสาธารณะแทนการออกกำลังกายในฟิตเนสบ้าง ลองตัดกิจกรรมบันเทิงยามค่ำคืนให้น้อยลง เข้านอนไม่ดึกมากและตื่นให้ทันสูดอากาศสดชื่นตอนเช้ามืด ลองเจียดเวลาดูหนังฟังเพลงหรือปาร์ตี้ มาทำกิจกรรมที่ได้อยู่กับความเงียบและสมาธิบ้าง เช่น วาดรูป งานช่างงานฝีมือ และลองออกกำลังกายแบบเคลื่อนไหวช้าที่ช่วยฝึกสมาธิ เช่น ชี่กง โยคะ หรือไท่เก๊ก สลับการการออกกำลังกายแบบเคลื่อนไหวเร็ว ๆ ที่คุ้นเคยบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การปรับสิ่งแวดล้อม ช่วยปรับชี่ภายในของเราให้สมดุลกับชี่ภายนอก ทำให้ชี่ในตัวเราประสานกับพลังชี่ทั้ง ๓ คือชี่ฟ้า ชี่ดิน และชี่มนุษย์อย่างพอดี ๆ และการฝึกสมาธิ จะช่วยให้เราฟังชี่และสื่อสารกับชี่ได้ว่องไวขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(153, 153, 153);"&gt;&lt;span class="Apple-style-span"  style="font-family:verdana;"&gt;..................&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12562796-115284227237860891?l=kroosom-qi.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12562796/posts/default/115284227237860891'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12562796/posts/default/115284227237860891'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kroosom-qi.blogspot.com/2006/07/blog-post.html' title='ชี่กับชีวิต ตอนที่ ๑'/><author><name>สมพร ครูกส์ (ครูส้ม-แม่ส้ม)</name><uri>http://www.blogger.com/profile/10332778526645659519</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='23' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_vv4TMreBwsI/SvGnQ3NZ53I/AAAAAAAAAE8/l1h1vDyRz0w/S220/n1396561007_30108767_9154.jpg'/></author></entry></feed>
